Believe

อำนาจศักดิ์สิทธิ์ของ”สังข์”

Hits: 144

หอยสังข์ หรือ สังข์

ถือว่าเป็นสิ่งมงคลทั้งในศาสนาพุทธและทางฮินดู ด้วยเชื่อว่าเปลือกหอยสังข์เป็นของวิเศษ นำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลมากมาย สามารถป้องกันภูติผีปิศาจ ป้องกันอัคคีภัย และสิ่งอัปมงคลต่างๆ ได้ ในศาสนาฮินดู ถือว่าเปลือกหอยสังข์นั้นเป็นสิ่งมงคล เพราะสังข์นั้นได้กลืนเอาคัมภีร์พระเวทลงไปในท้อง อีกทั้งตรงปากสังข์ยังมีรอยพระหัตถ์ของพระวิษณุประทับอยู่ตรงนั้นอีกด้วย อันถือว่าเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง เมื่อใครจะทำการมงคลใดก็ให้นำน้ำใส่ลงไปในสังข์แล้วเทออกมารดถือว่าเป็นมงคลยิ่ง อีกทั้งถ้านำสังข์มาเป่าให้เป็นเสียงดัง เสียงของสังข์นั้นก็จะดังคล้ายเสียง “โอม” ซึ่งเป็นพยางค์ศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู เสียงของสังข์นั้นจะก่อให้เกิดมงคลมากมาย อีกทั้งยังขับไล่ภูตผีปิศาจให้จากไปจากครอบครัวเราได้ด้วย

ชาวพุทธมหายานก็เชื่อกันว่าสังข์นั้นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 8 เครื่องมงคลอันเป็นเครื่องแทนพระวรกายของพระพุทธเจ้า โดยกล่าวว่าสังข์นั้นเป็นเครื่องแทนพระเกศาของพระพุทธองค์ และยังเป็นเครื่องแทนพระสุรเสียงแห่งพระธรรมที่พระศาสดาได้ประกาศไว้ให้กึกก้องไปทั่วทุกสารทิศ ดังนั้นจึงถือได้ว่าสังข์นั้นเป็นสิ่งที่เป็นมงคล ที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องประดับร่างกายให้ความคุ้มครองดวงชะตา โดยการนำเปลือกของหอยสังข์มาตัดจุกที่อยู่ด้านบนสุดบ้าง (ส่วนที่เหลือจะเป็นสังข์ที่นำมาใช้เป่า) หรือ นำเปลือกหอยสังมาเจียรให้เป็นกำไล เป็นสร้อยไว้สวมใส่บ้าง และจะเรียกสังข์ที่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องประดับตบแต่งร่างกายนี้ว่า “สังขมณี” โดยถือว่าเป็นหนึ่งในมณีสำคัญชนิดหนึ่งที่ชาวฮินดูจัดไว้ในคัมภีร์ครุฑปุราณะ ว่าด้วยเรื่องของอัญมณีที่ใช้แทนดวงดาวเลยทีเดียว

ในครุฑปุราณะกล่าวไว้ว่า สังข์นั้นเป็นของมงคล เป็นอัญมณีตัวแทนของพระจันทร์ มีพลังในการการคุ้มครองดวงชะตาสูง อีกทั้งยังช่วยบรรเทาผลร้ายที่เกิดจากดาวนพเคราะห์ให้เจือจางเบาบางลงได้อีกด้วย โดยสามารถใช้แทนไข่มุกได้
ดังนั้นสังขมณีจึงเหมาะกับทุกคน ไม่จำเป็นว่าต้องเจาจงจำเพาะว่าต้องเป็นคนที่เกิดวันจันทร์เท่านั้น เพราะในตำราได้กล่าวไว้ว่าไม่มีดาวใดเป็นศัตรูกับพระจันทร์เลย ดังนั้นจึงสามารถใส่ได้ทุกคน แล้วยังมีหอยอีกชนิดหนึ่งซึ่งชาวอินเดียนิยมนำมาทำเครื่องประดับกันมาก ด้วยถือว่าให้ผลเฉกเช่นเดียวกับเปลือกหอยสังข์นั่นก็คือหอยที่บ้านเราเรียกว่า “หอยนมสาว” ชนิดที่ถูกนำมาขัดให้มีสีขาวนวลเป็นมันวาวไม่มีลายอื่นมาปะปน ถือว่าเป็นสังข์ของพระศุกร์ นำมาตัดจุกใช้เป่าเรียกเงินเรียกทองได้อีกด้วย

อำนาจศักดิ์สิทธิ์ของ “สังข์”

  1. จะไม่ขาดแคลนเงินทอง อาหาร และเสื้อผ้า ได้ที่อยู่อาศัยที่สุขสบาย
  2. นำความสุขความสงบมาสู่เคหะสถานบ้านช่อง หรือสถานที่ที่สังข์ตั้งอยู่
  3. นำความร่ำรวยมั่งคั่งมาสู่เคหะสถานบ้านช่องนั้นๆ
  4. น้ำที่บรรจุไว้ในขอนสังข์ และตั้งทิ้งไว้หนึ่งวัน จะศักดิ์สิทธิ์ดุจน้ำในแม่น้ำคงคา
  5. นำความปรองดอง และหวานชื่นมาสู่คู่สมรส เป็นอมตะดุจพระรามและสีดา,ดุจกฤษณะและราธา,ดุจดั่งพระศิวะและพระแม่อุมาเทวี,ดุจดังพระนารายณ์และพระแม่ลักษมีเทวี
  6. ทำให้เกิดสติปัญญา และความทรงจำอันล้ำเลิศ ,มีปฎิภาณอันประเสริฐ
  7. ภูตผีปีศาจ มนต์ดำและคุณไสยทั้งปวงไม่อาจเข้าใกล้สถานที่ที่มีสังข์เก็บรักษาอยู่
  8. น้ำที่หลั่งจากสังข์ หากนำมารดให้กับคนหรือสถานที่ จะสามารถขับไล่ภูตผีปีศาจ มนต์ดำ และสิ่งอัปมงคลทั้งปวงได้
  9. จะอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติและข้าทาสบริวารมากมาย
  10. ผู้ที่บูชาสังข์ทุกวันจะได้รับการอวยพรจากองค์พระนารายณ์จนวาจาเป็นประกาศิต
  11. น้ำที่บรรจุในสังข์และหากนำมาทำการประทักษิณรอบเทวะรูปแล้ว น้ำนั้นเมื่อ นำมารดผู้ใด จะทำให้ผู้นั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ปราศจากมลทิน และสำนึกบาปทั้งปวงแล้วจะมีจิตสำนึกคนนั้นจะกลายเป็นคนดีตลอดกาล
    ดั้งนั้น หากท่านไม่สามารถหาสังข์ทักษิณาวรรตมาครอบครองได้ ก็ไม่จำเป็นต้องดิ้นรนหา เพราะท่านสามารถใช้สังข์ธรรมดาแทนได้ เพียงแต่ให้เป็นสังข์อินเดียที่ถูกต้อง และถูกลักษณะก็พอ เพราะคนอินเดียเองส่วนใหญ่ก็ใช้สังข์อุตราวัฏธรรมดาเหมือนกัน

วิธีบูชา “สังข์”

  1. ให้หาพานทองมาใช้สำหรับมาวางสังข์เปรียบเหมือนกับเอาทองมาหนุนเงินเพราะสังข์หมายถึงเงิน
  2. หันปากสังข์ไปทางทิศตะวันออก เติมน้ำลงในสังข์
  3. ให้ถวายต้นกระเพรา หรือใบมะตูม พร้อมสวดมนต์บูชาสังข์ว่าดังนี้…

“โอม มาหาเดไว ชาวิดมาเฮ วิษนุปัตนี ชาดีมาฮี ตันโน ลักษมี ประโชดายาต
โอม ปันจาจันยายา วิดมาเฮ ปัดมา การบายา ดีมาฮี ตันโนสังข์กา ประโชดายาต”

To Top